แบรนด์
Sui To Ha To
Hakone no Shizuku
Hakone no Shizuku (หยาดน้ำแห่งฮาโกเน่) เป็นแบรนด์สาเกสด (Namachozoshu) ที่มีความสดใหม่และมีชีวิตชีวา ได้รับแรงบันดาลใจจากหยดน้ำอันบริสุทธิ์ที่หล่อเลี้ยงด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของฮาโกเน่ ใช้ข้าว 'Wakamizu' 100% ที่ปลูกในพื้นที่ต้นน้ำของโอดาวาระ เอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือความรู้สึกสดชื่นและเฉียบคมเมื่อดื่ม และกลิ่นหอมที่ดูเยาว์วัยและงดงาม มุ่งเน้นที่ความเบาสบายแบบสมัยใหม่ซึ่งจะแสดงศักยภาพสูงสุดเมื่อดื่มแบบแช่เย็น เป็นเครื่องดื่มที่จะช่วยเติมความสดชื่นและชำระล้างความเหมื่อยล้าจากการเดินทางผ่านฮาโกเน่ได้อย่างแท้จริง
Ichiyajo
Ichiyajo (อิจิยาโจ - ปราสาทชั่วข้ามคืน) เป็นแบรนด์สาเกที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวโรแมนติกทางประวัติศาสตร์ ตั้งชื่อตาม 'ปราสาทอิชิงากิยามะ อิจิยาโจ' ในตำนานที่โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ สร้างขึ้นในยามล้อมกรุงโอดาวาระในสมัยเซ็นโกคุ เพื่อสร้างตำนานของพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ขึ้นมาใหม่ในจอกสาเก จึงได้ถูกปรุงให้มีรสชาติที่หนักแน่นและเข้มข้นด้วยวิธีการ 'Mochi Yondan Shikomi' โดดเด่นด้วยคาแรคเตอร์ที่ผสานตัวตนอันแข็งแกร่งของข้าวเข้ากับความสง่างามราวกับได้ผ่านมรสุมทางประวัติศาสตร์มาอย่างโชกโชน คุณจะได้เพลิดเพลินกับรสชาติที่ล้ำลึกและทรงพลัง ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างความทะเยอทะยานของเหล่านักรบเซ็นโกคุและประเพณีที่หยั่งรากลึกอยู่ในผืนดินแห่งนี้
Soga no Homare
Soga no Homare (ความภาคภูมิใจแห่งโซงะ) เป็นแบรนด์เรือธงที่เป็นสัญลักษณ์ของประวัติศาสตร์อันยาวนานของโรงหมักอิชิอิ ชื่อนี้มีที่มาจากพื้นที่โซงะในเมืองโอดาวาระ ซึ่งเป็นฉากหลังของตำนานวีรบุรุษ 'การแก้แค้นของสองพี่น้องโซงะ' ในสมัยคามาคุระ สาเกรุ่นนี้หมักด้วยเทคนิคลับ 'Mochi Yondan Shikomi' (การหมักสี่ขั้นตอนด้วยข้าวเหนียว) ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ให้รสอูมามิที่อิ่มเอิบและรสสัมผัสที่หนักแน่นจากข้าวเหนียวที่กระจายไปทั่วทั้งปาก มันไม่ใช่แค่สาเกที่มีรสหวาน แต่มีเอกลักษณ์ที่โครงสร้างของรสชาติที่แข็งแรงและตอนจบที่มีระดับ ด้วยการใช้ข้าวที่คัดสรรเป็นพิเศษและน้ำจากแม่น้ำซาคาวะ รสชาติของมันคือความภาคภูมิใจ (Homare) ของท้องถิ่นอย่างแท้จริง เป็นสาเกชั้นเลิศสำหรับมื้ออาหารที่ช่วยให้โต๊ะอาหารมีความรื่นรมย์ยิ่งขึ้น
Hakone Kaido
Hakone Kaido (ทางหลวงฮาโกเน่) เป็นแบรนด์ที่สื่อถึงการเดินทางที่มีทั้งความลำบากและทัศนียภาพที่สวยงามบนถนนสายประวัติศาสตร์ 'โทไกโด' ช่วงผ่านช่องเขาฮาโกเน่ที่เหล่านักเดินทางในสมัยเอโดะเคยสัญจรไปมา ด้วยจินตนาการถึงสาเกที่ช่วยดับกระหายและสร้างความกล้าให้แก่ผู้คนที่เผชิญหน้ากับขุนเขา มันจึงถูกหมักด้วยวิธีการ 'Mochi Yondan Shikomi' อันเป็นเอกลักษณ์ของโรงหมักอิชิอิ ความหวานที่เข้มข้นและรสสัมผัสที่ล้ำลึกจากข้าวเหนียวมีความอบอุ่นที่ช่วยโอบรับความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลได้อย่างนุ่มนวล สาเกรุ่นนี้รวบรวมไว้ซึ่งผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ของอาชิกะระและลมหายใจแห่งประวัติศาสตร์ เป็น 'เพื่อนร่วมทาง' ที่เหนือกาลเวลา
Setoichi
Setoichi (เซโตอิจิ) เป็นแบรนด์เรือธงที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมของโรงหมักเซโตะ ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน ภายใต้แนวคิด 'สาเกที่สร้างความประหลาดใจตั้งแต่จิบแรก' แบรนด์นี้นำเสนอความหลากหลายของรสชาติที่เหมาะกับ 'โอกาสในการดื่ม' และ 'อารมณ์' ที่แตกต่างกันไป โดยการผสมผสานยีสต์และเทคนิคการหมักที่หลากหลาย รสชาติที่ละเอียดอ่อนและการนำเสนอที่มีสไตล์ทำให้ได้รับเสียงชื่นชมในระดับสากลอย่างสูง รวมถึงรางวัลระดับ Platinum จาก 'Kura Master' ในฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง สาเกทุกหยดที่เกิดจากความรู้สึกอันเป็นอิสระจากประเพณีดั้งเดิมบวกกับฝีมือการผลิตที่แข็งแกร่ง จึงแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของสาเกญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน
Sakata Nishiki
Sakata Nishiki (ซาคาตะ นิชิกิ) เป็นแบรนด์ที่สะท้อนถึงประเพณีและความภาคภูมิใจของโรงหมักเซโตะซึ่งได้รับการสืบทอดมาตั้งแต่สมัยปลายเอโดะ หลังจากหยุดการผลิตไปนานถึง 38 ปี โรงหมักแห่งนี้ได้นำ 'ยีสต์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในโรงหมัก' (Kuratsuki Yeast) กลับมาใช้อีกครั้ง รังสรรค์ให้เกิดรสชาติที่หนักแน่นและจริงใจในแบบฉบับของ 'สาเกท้องถิ่นขนานแท้' ซึ่งดึงรสอูมามิอันทรงพลังของข้าวที่เติบโตในที่ราบอาชิกะระออกมาได้อย่างสูงสุด ด้วยรสชาติที่หนักแน่นแต่ยังทำหน้าที่เป็นสาเกสำหรับมื้ออาหารที่ช่วยชูรสอาหารในชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยม จึงได้รับความรักจากคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน รสชาติที่กลับมามีชีวิตอีกครั้งนี้สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ของเมืองไคเซและความมุ่งมั่นของเหล่าช่างหมักที่กลับมาจุดไฟในโรงหมักแห่งนี้อีกครั้ง
Ashigarigo
Ashigarigo (อาชิกะริโกะ) เป็นแบรนด์ที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของที่ราบอาชิกะระซึ่งเป็นแหล่งผลิตสาเก และสีสันอันงดงามของฤดูกาลที่ผลิบานในพื้นที่แห่งนี้ เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดคือการใช้ 'ยีสต์ดอกไม้' ที่สกัดจากดอกไฮเดรนเยีย (Ajisai) ซึ่งเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของเมืองไคเซ กลิ่นหอมที่สง่างามและงดงามจากยีสต์ดอกไม้นี้ผสมผสานเข้ากับรสอูมามิที่นุ่มนวลแต่แข็งแกร่งจากข้าวในที่ราบอาชิกะระได้อย่างลงตัว แบรนด์นี้เป็นการรวมเอาอัตลักษณ์ของภูมิภาคมาไว้ในรูปแบบของสาเก จึงเป็นเสมือนแก่นแท้ของที่ราบอาชิกะระที่ถูกควบแน่นไว้ในจอกเดียว เต็มไปด้วยความรักในท้องถิ่นและความเคารพต่อธรรมชาติ ให้รสชาติที่สดชื่นและเปี่ยมด้วยพรรณไม้
Ryu
Ryu (ริว) เป็นแบรนด์ลิมิเต็ดพิเศษที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 2000 เพื่อแสวงหาเอกลักษณ์อันไร้ขีดจำกัดของสาเกญี่ปุ่น ชื่อของมันมีความหมายว่า 'การทะยานขึ้นอย่างทรงพลัง' สะท้อนถึงความทะเยอทะยานที่จะก้าวไปสู่จุดที่สูงขึ้นไปอีกในขณะที่ยังคงให้เกียรติแบรนด์หลักอย่าง 'Tanzawasan' เอกลักษณ์ที่สำคัญที่สุดคือการปฏิเสธการผสมข้ามถัง โดยจะบรรจุขวดจากสาเกในแต่ละถังแยกกันเพื่อรักษาและเฉลิมฉลองเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งคล้ายกับการผลิตซิงเกิลมอลต์วิสกี้ นักดื่มจะได้สัมผัสกับเสน่ห์ของพันธุ์ข้าว แหล่งปลูก และยีสต์ของถังนั้นๆ ในปีนั้นๆ อย่างตรงไปตรงมา ในฐานะสาเกจุนไม 100% Ryu จึงให้ความเฉียบคมที่ประณีตกว่าและรสอูมามิที่หนักแน่นซึ่งยังคงดึงดูดใจแฟนสาเกตัวจริงได้อย่างต่อเนื่อง
Tanzawasan
Tanzawasan (ตันซาวาซัง) เป็นแบรนด์เรือธงที่มั่นคงของโรงหมักคาวานิชิยะ และเป็นเสมือนหัวใจสำคัญของสาเกจุนไมแบบบ่ม ใช้ลำธารอันบริสุทธิ์จากเทือกเขาตันซาวะและข้าว 'Wakamizu' ท้องถิ่นที่เพาะปลูกภายใต้ความร่วมมือกับเกษตรกรในพื้นที่นานกว่า 30 ปีเป็นหลัก สาเกรุ่นนี้ถ่ายทอดปรัชญา 'สาเกชูรสอาหาร อาหารชูรสสาเก' ออกมาได้อย่างบริสุทธิ์ที่สุด โดดเด่นด้วยรสอูมามิที่กลมกล่อมจากการบ่มที่อุณหภูมิต่ำนานกว่าหนึ่งปีและความเปรี้ยวที่ละมุนละไม โดยเฉพาะศักยภาพในการเป็น 'สาเกอุ่น' (Kan-sake) ที่จะช่วยปลุกรสอูมามิให้โดดเด่นนั้นถือว่ายอดเยี่ยมที่สุด จนได้รับรางวัล優等賞 (Excellent Award) จากการประกวดระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และได้รับความไว้วางใจจากเหล่าเชฟและนักชิมทั่วประเทศในฐานะ 'สุดยอดสาเกสำหรับอาหาร'
Hotoku Musume
Hotoku Musume (โฮโทคุ มุซึเมะ) เป็นแบรนด์สาเกที่แสดงถึงความจริงใจและอบอุ่น ซึ่งถ่ายทอดปรัชญา 'โฮโทคุ' (Hotoku) ของนิโนมิยะ ซอนโทคุ ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ถือกำเนิดในอาชิกะระ ด้วยการส่งต่อจิตวิญญาณแห่ง 'ความขยัน การประมาณตน และการแบ่งปัน' ที่นิโนมิยะพร่ำสอนเข้าสู่กระบวนการหมัก สาเกรุ่นนี้จึงถูกปรุงให้เป็นสาเกจุนไมที่เรียบง่ายแต่มีความมั่นคง ด้วยการใช้น้ำที่อุดมสมบูรณ์จากตันซาวะและผลผลิตของแผ่นดินที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน รสชาติของมันจึงเป็นสิ่งเชื่อมโยงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี แม้จะไม่มีคาแรคเตอร์ที่ฉูดฉาด แต่ก็แฝงไว้ด้วยรสชาติที่ล้ำลึกซึ่งซึมซาบเข้าสู่หัวใจในทุกจิบ เป็นสาเกที่น่าประทับใจและบอกเล่าถึงความภาคภูมิใจและประเพณีท้องถิ่นอย่างเงียบๆ
Afuri
Afuri (อาฟุริ) ตั้งชื่อตามชื่อเล่นของภูเขาโอยามะว่า 'อาฟุริยามะ' เป็นแบรนด์ระดับสากลที่เปิดบทใหม่ให้กับโรงหมักคิกกาวะ บนฉลากมีลายเส้นจากการเขียนพู่กันของหัวหน้าประชานักบวชแห่งศาลเจ้าโอยามะอาฟุริ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพรจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เอกลักษณ์ที่สำคัญที่สุดคือ 'แร่ธาตุ' (Minerality) หนึ่งเดียวไม่ซ้ำใครที่เกิดจากน้ำกระด้างตามธรรมชาติที่มีค่าความกระด้าง 150 แบรนด์นี้ได้รับการยอมรับในระดับสากลโดยคว้ารางวัลสูงสุดจากการประกวดที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง รวมถึงรางวัล Platinum จาก 'Kura Master' ในฝรั่งเศส ด้วยกลิ่นหอมที่ละเอียดอ่อน เนื้อสัมผัสที่งดงาม และความกลมกลืนกับอาหารที่สมบูรณ์แบบ Afuri จึงมุ่งมั่นสู่ความเป็นที่สุดของสาเกญี่ปุ่นสมัยใหม่
Kikuyu
Kikuyu (คิคุยู) เป็นแบรนด์ดั้งเดิมที่ค้ำจุนรากฐานของโรงหมักคิกกาวะมาโดยตลอด และเป็นที่รักของผู้คนในเมืองอิเสะฮาระมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถันโดยใช้มือจากช่างฝีมือและน้ำกระด้างที่อุดมด้วยแร่ธาตุจากภูเขาโอยามะอันศักดิ์สิทธิ์ โดดเด่นด้วยรสชาติที่หนักแน่นและแข็งแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์ของน้ำกระด้าง พร้อมด้วยตอนจบที่เฉียบคม เสน่ห์ของมันคือความอร่อยที่ดื่มได้เรื่อยๆ ไม่รู้เบื่อ เหมาะสำหรับเป็นเครื่องดื่มประจำวัน ในฐานะโรงหมักเพียงแห่งเดียวของอิเสะฮาระที่ยังคงรักษาความภาคภูมิใจและก้าวเดินไปพร้อมกับประวัติศาสตร์ของภูมิภาค Kikuyu จึงเป็นสาเกที่หยั่งรากลึกในชุมชนและให้ความรู้สึกอบอุ่นใจราวกับบ้าน
Shirasasatsuzumi
Shirasasatsuzumi (ชิราซาสะ สึซึมิ) เป็นแบรนด์สัญลักษณ์ของโรงหมักคาเนะอิ ตั้งชื่อตาม 'ศาลเจ้าชิราซาสะอินาริ' ซึ่งเป็นเทพเจ้าคุ้มครองเมืองฮาดาโนะ ชื่อที่สง่างามนี้เปรียบเปรยเสียงใบไผ่สีขาวที่พริ้วไหวตามลมจนซ้อนทับกันว่าเป็นเสียงของ 'สึซึมิ' (กลองญี่ปุ่นแบบถือ) ซึ่งสะท้อนถึงความยำเกรงต่อธรรมชาติ การใช้น้ำพุชื่อดังจากแอ่งฮาดาโนะที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน '100 แหล่งน้ำที่ดีที่สุด' ทำให้สาเกรุ่นนี้มีรสสัมผัสที่นุ่มนวลอย่างน่าเหลือเชื่อและมีตอนจบที่สดชื่นราวกับลมเย็นที่พัดมาจากเชิงเขาตันซาวะ รสชาติที่ผสมผสานทางวัฒนธรรมท้องถิ่นและน้ำพุชื่อดังเข้าด้วยกันอย่างลงตัวนี้คือความภาคภูมิใจของฮาดาโนะและได้เยียวยาจิตใจของผู้คนมาอย่างยาวนาน
MOZART
MOZART (โมซาร์ท) เป็นแบรนด์จากโรงหมักคาเนะอิที่กระตุ้นให้เกิดความกังวานอันลึกลับระหว่างดนตรีและการหมักสาเก ภายใต้แนวคิด 'สาเกท้องถิ่นที่เติบโตมาพร้อมกับเพลงกล่อมเด็กของโมซาร์ท' โดยใช้วิธี 'การหมักด้วยดนตรี' ที่ไม่ซ้ำใคร ด้วยการเปิดท่วงทำนองของโมซาร์ทให้กับถังหมักตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งวางรากฐานมาจากงานวิจัยที่ว่าจังหวะและการสั่นสะเทือนของดนตรีจะช่วยกระตุ้นการทำงานของยีสต์ ส่งผลให้สาเกมีรสสัมผัสที่นุ่มนวลและมีความกลมกลืนอย่างยอดเยี่ยม รสชาติที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างน้ำพุร้อนชื่อดังและท่วงทำนองของอัจฉริยะทางดนตรีจึงมีความสง่างามและสมดุลอย่างยิ่ง ดึงดูดความสนใจจากนักดื่มทั่วโลกในฐานะเครื่องดื่มที่ช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัส
Otoriizumi
Otoriizumi (โอโทริอิซึมิ) เป็นแบรนด์ที่เป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง โดยการผสมผสานระหว่าง 'นกฟีนิกซ์' (Otori) ซึ่งเป็นนกในตำนานที่เป็นสัญลักษณ์ของลางดี และ 'น้ำพุ' (Izumi) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแห่งชีวิต มันสื่อถึงความปรารถนาที่จะเป็นน้ำพุที่สูงส่งและบริสุทธิ์ราวกับนกฟีนิกซ์ที่ทะยานขึ้นจากเชิงเขาตันซาวะ การใช้น้ำพุที่มีสมดุลของแร่ธาตุเป็นเลิศจากแอ่งฮาดาโนะช่วยดึงเอาจุดเด่นของวัตถุดิบออกมาได้อย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา ส่งผลให้สาเกมีคาแรคเตอร์ที่สง่างามและมีเกียรติ เต็มไปด้วยพลังชีวิตที่สดชื่นและแข็งแกร่ง เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับโอกาสพิเศษและงานเฉลิมฉลอง
Sasa no Tsuyu
Sasa no Tsuyu (ซาซะ โนะ สึยุ) เป็นแบรนด์ที่สื่อถึงความบริสุทธิ์ของหยาดน้ำค้างหยดหนึ่งบนใบไผ่ท่ามกลางม่านหมอกยามเช้า ซึ่งเชื่อมโยงกับตำนานของศาลเจ้าชิราซาสะอินาริ มีความโดดเด่นในการดึงเอาความงามที่ใสกระจ่างของน้ำพุชื่อดังแห่งฮาดาโนะออกมาได้อย่างสูงสุด ให้รสสัมผัสที่เบาสบายและมีชีวิตชีวา มอบความรู้สึกสดชื่นที่ไร้ตำหนิราวกับได้ลิ้มรสผลึกของธรรมชาติโดยตรง ด้วยพื้นฐานของความเรียบง่ายที่ไม่รบกวนรสชาติอาหารและความนุ่มนวลที่ซึมซาบเข้าสู่ร่างกายได้อย่างราบรื่น คุณจึงสามารถเพลิดเพลินกับความงามอันบริสุทธิ์ที่ธรรมชาติของตันซาวะสร้างสรรค์ขึ้นด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า
Sogakari
Sogakari (โซงากะริ) เป็นสาเกเบลนด์ระดับปาฏิหาริย์ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการจัดงาน Echigo Kenshin SAKE Matsuri ครบรอบ 20 ปี ในความพยายามที่หรูหราและท้าทายนี้ โรงหมักทั้ง 14 แห่งในเขตทาคาดะได้นำแบรนด์ที่เป็นตัวแทนและจิตวิญญาณของตนมารวมไว้ในขวดเดียว ชื่อ 'Sogakari' หมายถึงยุทธวิธีทางทหารของอุเอะสึงิ เค็นชิน ที่เป็นการเคลื่อนพลเข้าโจมตีพร้อมกันทั้งหมด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพลังและความมุ่งมั่นร่วมกันของทุกโรงหมัก รสชาติที่กลั่นกรองจากความเชี่ยวชาญในการหมักของภูมิภาคโจเอทสึนี้มีความลุ่มลึกและกลมกลืนอย่างน่าทึ่ง ในขณะที่ยังคงสะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละแห่งออกมาได้ นี่คือแบรนด์ที่ระลึกที่หาได้ยากยิ่งซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์และไม่มีวันผลิตซ้ำได้อีก
Kurumagakari
Kurumagakari (คุรุมะงะกะริ) เป็นแบรนด์ลิมิเต็ดที่นักดื่มแสวงหาอย่างมาก ซึ่งมีจำหน่ายเฉพาะในงาน Echigo Kenshin SAKE Matsuri เท่านั้น ชื่อนี้มีที่มาจาก 'Kurumagakari no Jin' (กระบวนยุทธ์วงล้อหมุน) ซึ่งเป็นยุทธวิธีการรบที่อุเอะสึงิ เค็นชิน ชื่นชอบ โดยมีการผลัดเปลี่ยนกำลังพลเพื่อรักษาความแรงในการโจมตีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธวิธีนี้ แบรนด์จึงมีรูปแบบการผลิตที่ไม่ซ้ำใคร โดยโรงหมักที่เป็นสมาชิกในเขตทาคาดะจะผลัดกันเป็นผู้ผลิตในแต่ละปี เนื่องด้วยผู้ผลิตเปลี่ยนไปทุกปี แฟนๆ จึงสามารถเพลิดเพลินกับคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันภายใต้ชื่อ 'Kurumagakari' เดิมได้ในทุกๆ ปี สาเกหายากรุ่นนี้ผลิตจากข้าวที่ปลูกในนิอิกาตะเป็นหลักและเต็มไปด้วยความหลงไหลของเหล่าช่างหมักท้องถิ่น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความกระตือรือร้นในงานเทศกาลและความผูกพันที่แน่นแฟ้นของชุมชนโจเอทสึ
Choryo
Choryo (โชเรียว) เป็นแบรนด์เรือธงที่น่าภาคภูมิใจของโรงหมักทากาฮาชิ โดยใช้ชื่อเล่นที่ไพเราะของเมืองนางาโอกะ สาเกนี้บ่มเพาะด้วยทักษะของ 'เอจิโกะ โทจิ' แบบดั้งเดิมภายในอาคารอิฐสีแดงประวัติศาสตร์ที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของชาติ โดดเด่นด้วยรสชาติแบบ 'Tanrei Karakuchi' (รสสัมผัสที่บางเบาและแห้ง) อันเป็นหัวใจสำคัญของสาเกนิอิกาตะ มอบรสสัมผัสที่สะอาดและสดชื่นพร้อมด้วยความกลมกล่อมของอูมามิที่แฝงอยู่อย่างละเอียดอ่อน และมีตอนจบที่เฉียบคมสั้นกระชับ ในฐานะที่เป็นเพื่อนคู่ใจสำหรับมื้ออาหารในทุกวันและเป็นเครื่องดื่มที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ท้องถิ่น Choryo จึงเป็นสาเกท้องถิ่นดั้งเดิมที่นำพาความภาคภูมิใจของนางาโอกะมาสู่ยุคปัจจุบัน